เช็กล็อกดาวน์บางส่วน หลังอัตราติดโควิดสูงสุดในยุโรป

รัฐบาลสาธารณรัฐเช็กประกาศเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการควบคุมทางสังคม จนถึงต้นเดือนพ.ย. นี้ “เป็นอย่างน้อย” เหตุอัตราการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นสถิติสูงสุดในทวีปยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ว่า อันเดรจ์ บาบิช ผู้นำเช็ก ประกาศเมื่อวันอังคาร ว่านับตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 14 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จนถึงช่วงค่ำของวันที่ 3 พ.ย. นี้ “เป็นอย่างน้อย” ร้านอาหาร ผับและบาร์ต้องปิดให้บริการ โดยให้จำหน่ายเฉพาะซื้อกลับบ้าน หรือบริการส่งตามบ้านเท่านั้น แต่ต้องปิดการขายภายในเวลา 20.00 น. ของแต่ละวัน และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “อย่างเด็ดขาด”
  
ขณะที่การรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะจำกัดที่ไม่เกิน 6 คน โรงเรียนประถมศึกษาและอนุบาลให้จัดการเรียนการสอนออนไลน์ หลังโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยใช้วิธีการแบบเดียวกันไปแล้วระยะหนึ่ง นอกจากนี้ มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้ามีผลครอบคลุมถึงในระบบขนส่งสาธารณะด้วย อนึ่ง เช็กเป็นประเทศแรกในบรรดาสมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) ซึ่งบังคับใช้มาตรการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า แต่ยังไม่มีผลกับการเดินทางโดยใช้พาหนะสาธารณะ
 
ทั้งนี้ ผู้นำเช็กกล่าวด้วยว่า รัฐบาลอาจยกระดับมาตรการทางสังคมอีก หากภายใน 7 วันนับจากนี้ ระดับการติดเชื้อพื้นฐาน ที่เรียกว่า “ค่าอาร์นอท” หรือ “อาร์ซีโร่” ยังคงสูงกว่า 0.8  ซึ่งส่งผลให้อัตราอุบัติการณ์ของโรค หรือค่า “ไออาร์” ของประเทศ เพิ่มจาก 398 ต่อประชากร 100,000 คน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขึ้นมาอยู่ที่ 493.1 ต่อประชากร 100,000 คน เมื่อวันจันทร์ สูงที่สุดในทวีปยุโรป อ้างอิงตามสถิติของอียู
 
สำหรับในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดจนถึงช่วงเย็นของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุขของเช็กยืนยันสถิติผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 129,747 คน เพิ่มขึ้น 8,325 คน รักษาหายแล้ว 59,901 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 1,106 คน เพิ่มขึ้น 55 คน

Related posts